วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

แหล่งโบราณ

แหล่งโบราณสถานที่สำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์

http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/panom11.jpg
 ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นเทวสถานและอุทยานประวัติศาสตร์ ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วอยู่ในเขตอำเภอตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทพนมรุ้งเป็นมหาเทวสถานสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 – 18และเนื่องจากผู้สร้างได้กำหนดวางแนวกรอบประตูปราสาทเรียงตรงเป็นแนวเดียวกันตลอดทั้ง 15 ช่อง จากด้านประตูบานแรกทางทิศตะวันออกทะลุไปถึงกรอบประตูหลังสุด ทำให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญคือ จะสามารถมองเห็นภาพงดงามน่าอัศจรรย์ของพระอาทิตย์ขึ้น และตกผ่านช่องกรอบประตูทั้ง 15 ช่องเป็นแนวเส้นตรงเดียวกันปีละ 2 ครั้ง ปัจจุบันปราสาทพนมรุ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นที่นิยมทั้งหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ปราสาทพนมรุ้งเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู ประกาศขึ้น      ทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478
         

http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasart.jpg
ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทเมืองต่ำ เป็นอนุสรณ์สถานทางศาสนา เป็นแหล่งชุมชนโบราณ ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว อยู่ในเขตบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย ปัจจุบันปราสาทเมืองต่ำได้รับบูรณะเสร็จ สมบูรณ์แล้ว ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิส ดิศสกุล ทรงกำหนดอายุการก่อสร้าง ปราสาทเมืองต่ำจากภาพจำหลักบนเสาหินติดผนัง หน้าบัน และทับหลัง ว่าเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังประมาณ พ.ศ. 1510 - 1560 ส่วนทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะตอนปราบนาคกาลียะนั้น นักวิชาการชาวฝรั่งเศสกล่าวว่าเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบปาปวน อายุประมาณ พ.ศ. 1550-1630 จึงอาจสรุปได้ว่า ปราสาทเมืองต่ำ มีอายุการก่อสร้างในราว พุทธศษวรรษที่ 16-17 (พ.ศ. 1510 - 1630)เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมทั้งในหมู่ชาวไทย


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic1.jpg
ปราสาทหินปลายบัด ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ก่อ ด้วยอิฐขัดเรียบไม่สอปูน เป็นรูปสี่เหลี่ยมมุม มีประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกอีก 3 ด้าน ทำด้วยหินทรายทับหลังจำหลักเป็นภาพเทวดานั่งแท่น อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข มือทั้งสองข้างจับลำพวงมาลัย สองข้างฐาน ปรางค์ทางด้านเหนือและใต้ม ชานทางเดิน ขนาดประมาณ 3 x 18.50 เมตร สภาพปัจจุบันพังทลายเหลือเพียง ผนังด้านทิศเหนือและด้านตะวันออกเท่านั้น บรรณาลัย ก่อด้วยศิลาแลง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 5 x11.50 เมตร ที่ผนังด้านในทำเป็นมุขขนาดประมาณ 1.50 x3.80 เมตร ตรงกลางเป็นประตู เสาและกรอบประตูเป็นหินทราย บริเวณปราสาทหินปลายบัดนี้ เคยพบทับหลังหินทรายจำหลักรูปพระอินทร์ทรงช้าง เอราวัณ ปราสาทหินปลายบัด มีอายุสมัย ประมาณพุทธศษตวรรษที่ 16


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic2.jpg
กุฎิฤาษีบ้านโคกเมือง ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย ฐานปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดประมาณ 7x7 เมตร ทางด้านทิศตะวันออกทำมุมเป็นมุขยื่นยาวออกไปเป็นประตูเข้าออก มีขนาดประมาณ 2.20 x 3.20 เมตร บรรณาลัย ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีขนาดประมาณ 4x7.50 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภายในกำแพงแก้ว มีกำแพงแก้วและซุ้มประตู ก่อด้วยศิลาแลง มีสระน้ำ ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของกุฎิฤาษี ห่าง จาก สระน้ำไปทางทิศตะวันออก มีบารายหรือ สระน้ำขนาดใหญ่ ประมาณ 500 x 800 เมตร เรียกกันว่า ทะเลเมืองต่ำ และห่างจากนี้ไปทางทิศใต้ได้ประมาณ 200 เมตร ก็จะเป็นที่ตั้งจองปราสาทเมืองต่ำ อายุประมาณ พุทธศตวรรษที่ 15 - 16


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic3.jpg
ปราสาทไบแบก ตั้งอยู่ที่บ้านสายโท 5 ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์มีลักษณะ เป็นปรางค์ขอมสร้างด้วยอิฐ แบบไม่สอปูน 3 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงเดียวกัน โดยวางตัวใน แนวทิศเหนือ - ใต้ ปรางค์ แต่ละองค์มีประตุเข้าประตูเดียวทางด้านทิศตะวันตก ประตูอีสามด้าน เป็นประตู หลอก เสาประดับกรอบประตูหินทรายเป็นเสาแปดเหลี่ยม ปัจจุบันส่วนยอดของปรางค์องค์ด้านทิศเหนือยังคง สภาพ ส่วนปรางค์องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ส่วนยอดพังทลาย กำแพงแก้วและซุ้มประตู สร้างอ้วยอิฐแบบ ไม่สอปูนเช่นเดียวกับปรางค์ กำแพงแก้วมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบปรางค์ทั้ง 3 องค์ ไว้ภายใน โดยมีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันตก บริเวณปราสาทนี้พบแท่นหินประติมากรรมหินทราย เสาประ ดับกรอบประตูแปดเหลี่ยม ปรางค์องค์จำลอง และบัวยอด

http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic4.jpg
ปราสาทบ้านบุ ตั้งอยู่ที่บ้านบุ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
ปราสาทบ้านบุ มีรูปแบบเป็นสิ่งก่อสร้างที่เรียกกันว่า ธรรมศาลา หรือ ที่พักคนเดินทาง ซึ่งจารึกปราสาทพระ ขรรค์ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดฯ ให้สร้างธรรมศาลาขึ้นจำนวน 17 แห่ง ตามระยะ ทางจากเมืองยโสธรปุระ ราชธานีของขอมโบราณไปยังเมืองพิมาย ธรรมศาลาเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้ง หลัง ด้านหน้า หรือ ด้านทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นห้องยาว มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด ประมาณ 5.10 x11.50 เมตร ที่ผนังห้องด้านทิศใต้เจาะเป็นช่องหน้าต่างเปิดเรียงเป็นแถวจำนวน 5 ช่อง จากการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถาน กองโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. 2522 พบก้อนศิลาแลงจำหลักลวดลาย อยู่ทางด้านหน้าของปราสาท


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic5.jpg
ปราสาทหนองตาสี ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลไทยเจริญ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ฐานมีขนาดประมาณ 3 x 3 เมตร มีประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกอีกสามด้านเป็นประตูหลอก กรอบประตูเป็นหินทราย การเข้ากรอบประตูเลียน แบบเครื่องไม้ กำแพงแก้วและซุ้มประตู ก่อด้วยศิลาแลงแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาด 19 x22 เมตร มี ซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก มีลักษณะดังนี้ คือ มีปีกทั้ง 2 ข้าง เจาะช่องหน้าต่างและที่ตัวกำแพงแก้ว ด้านทิศใต้ มีห้อง 1 ห้อง ด้านทิศเหนือของห้องมีประตูเข้าไปภายในศาสนสถาน ผนังด้านอื่นปิดทึบ ลักษณะ คล้ายวิหารคด จากการสำรวจของกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2502 พบชิ้นส่วนทับหลังจำหลักภาพบุคคลยืน ลักษณะการนุ่งผ้าคล้ายกับปติมากรรมหินทราย อายุประมาณ พุทธศตวรรษที่ 16


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic6.jpg
ปราสาทหนองตาเปล่ง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองตาเปล่ง ตำบลชำนิ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหนองตาเปล่ง ตั้งอยู่ในวัดปราสาทเทพสถิตย์ธรรมาวาส ประกอบด้วย อาคารสร้างด้วยศิลาแลง มีหิน ทรายสีขาวเป็นช่วง แต่พังลงเหลือเพียงด้านทิศตะวันตกด้านเดียว มีลวดลายจำหลักภาพพญานาค กำแพงแก้ว และซุ้มประตู สร้างด้วยศิลาแลง ซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ตัวกำแพงแก้วด้านทิศใต้และตะวันตกพัง ทลายลงหมด มีสระน้ำ 2 สระ เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตก เฉียงใต้ ภายนอกกำแพงแก้ว พิจารณาจากร่องรอยที่ปรากฎสันนิษฐานว่า โบราณสถานแห่งนี้ เดิมคงเป็นซุ้ม ปรางค์ศิลาแลง มีห้องยาวอยู่ทางด้านหน้า ซึ่งเป็นลักษณะของธรรมศาลา ที่สร้างในสมัยพระ


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic7.jpg
ปรางค์กู่สวนแตง ตั้งอยู่ที่บ้านดงยาง ตำบลกู่สวนแตง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปรางค์อิฐเรียงกันตามแนวเหนือใต้ ่จำนวน 3 หลัง บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีขนาด 31.76 x 25.40 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางเป็นปรางค์ประธาน และเป็นองค์เดียวที่มีมุขยื่นออกมาทางด้าน หน้า รับเสากรอบประตูซึ่งเป็นหิน ปรางค์ทั้ง 3 องค์ มีประตูเข้า - ออก ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก ตามบันทึกของนายเอเดียน เอ็ดมองค์ ลูเนต์ เดอ ลาจองกิแยร์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศล ซึ่งมา ศึกษาศาสนสถานแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2450 มีสระน้ำโบราณ เป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนาด 42 x32 เมตร ล้อมรอบ ด้วยคันดิน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม แสดงให้เห็นว่า ได้รบอิทธิพล ศิลปกรรมจากสมัยนครวัดของกัมพูชา ซึ่งมีอายุระหว่าง พ.ศ. 1642 -1718 เป็นเทวลาในศาสนาฮินดู


http://province.m-culture.go.th/buriram/boransatan/prasartpic8.jpg
ปราสาทหนองหงส์ ตั้งอยู่ที่บ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อ ของปราสาทได้มาจากชื่อของสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 100 เมตร ขนาด 6.70 x 18 เมตร เฉพาะปรางค์องค์กลาง มีมุขยื่นออกไป มีชานชาลา กากบาทรับกับซุ้มประตู (โคปุระ) ทางเข้าด้านตะวันออก ซึ่งต่อเป็นกำแพงศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบปรางค์เว้นแต่ด้านตะวันตกซึ่งมีซุ้มประตู ก่อด้วยอิฐ แนวเดียวกับซุ้มประตูทางเข้าด้านตะวันตก ส่วนที่เป็นเสาประดับกรอบประตู ธรณีประตู ทับหลัง หน้าบัน ทำด้วยหินทรายแกะสลักเป็นลวดลายแสดงเรื่องราวตามคัมภีร์ของศาสนาฮินดู อาคารศิลาแลง ซึ่งมี อิฐก่อบางส่วนจากรูปแบบอาคารเข้าใจว่าอาจมาซ่อมแซมหรือ ต่อเติมสมัยหลัง เนื่องจากเป็นแบบนิยมในสมัย การสร้างพุทธสถานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัย พุทธศตวรรษที่ 15 - 16


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น