|
แหล่งโบราณสถานที่สำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์
|
![]() |
ปราสาทหินพนมรุ้ง
เป็นเทวสถานและอุทยานประวัติศาสตร์
ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วอยู่ในเขตอำเภอตาเป๊ก
อำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทพนมรุ้งเป็นมหาเทวสถานสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่
15 – 18และเนื่องจากผู้สร้างได้กำหนดวางแนวกรอบประตูปราสาทเรียงตรงเป็นแนวเดียวกันตลอดทั้ง
15 ช่อง
จากด้านประตูบานแรกทางทิศตะวันออกทะลุไปถึงกรอบประตูหลังสุด ทำให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญคือ
จะสามารถมองเห็นภาพงดงามน่าอัศจรรย์ของพระอาทิตย์ขึ้น และตกผ่านช่องกรอบประตูทั้ง
15 ช่องเป็นแนวเส้นตรงเดียวกันปีละ 2 ครั้ง ปัจจุบันปราสาทพนมรุ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นที่นิยมทั้งหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ปราสาทพนมรุ้งเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู ประกาศขึ้น
ทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่
75 วันที่ 8 มีนาคม 2478
|
![]() |
ปราสาทเมืองต่ำ
ปราสาทเมืองต่ำ เป็นอนุสรณ์สถานทางศาสนา
เป็นแหล่งชุมชนโบราณ ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว อยู่ในเขตบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก
อำเภอประโคนชัย ปัจจุบันปราสาทเมืองต่ำได้รับบูรณะเสร็จ สมบูรณ์แล้ว
ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิส ดิศสกุล ทรงกำหนดอายุการก่อสร้าง
ปราสาทเมืองต่ำจากภาพจำหลักบนเสาหินติดผนัง หน้าบัน และทับหลัง
ว่าเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังประมาณ พ.ศ. 1510 - 1560 ส่วนทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะตอนปราบนาคกาลียะนั้น
นักวิชาการชาวฝรั่งเศสกล่าวว่าเป็นลักษณะของศิลปะขอมแบบปาปวน อายุประมาณ พ.ศ.
1550-1630 จึงอาจสรุปได้ว่า ปราสาทเมืองต่ำ
มีอายุการก่อสร้างในราว พุทธศษวรรษที่ 16-17 (พ.ศ. 1510
- 1630)เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมทั้งในหมู่ชาวไทย
|
![]() |
ปราสาทหินปลายบัด
ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง
ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ก่อ
ด้วยอิฐขัดเรียบไม่สอปูน เป็นรูปสี่เหลี่ยมมุม มีประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกอีก
3 ด้าน
ทำด้วยหินทรายทับหลังจำหลักเป็นภาพเทวดานั่งแท่น อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข มือทั้งสองข้างจับลำพวงมาลัย
สองข้างฐาน ปรางค์ทางด้านเหนือและใต้ม ชานทางเดิน ขนาดประมาณ 3 x 18.50 เมตร สภาพปัจจุบันพังทลายเหลือเพียง ผนังด้านทิศเหนือและด้านตะวันออกเท่านั้น
บรรณาลัย ก่อด้วยศิลาแลง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 5 x11.50 เมตร ที่ผนังด้านในทำเป็นมุขขนาดประมาณ 1.50 x3.80 เมตร ตรงกลางเป็นประตู เสาและกรอบประตูเป็นหินทราย
บริเวณปราสาทหินปลายบัดนี้ เคยพบทับหลังหินทรายจำหลักรูปพระอินทร์ทรงช้าง
เอราวัณ ปราสาทหินปลายบัด มีอายุสมัย ประมาณพุทธศษตวรรษที่ 16
|
![]() |
กุฎิฤาษีบ้านโคกเมือง
ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง
ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย
ฐานปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดประมาณ 7x7 เมตร
ทางด้านทิศตะวันออกทำมุมเป็นมุขยื่นยาวออกไปเป็นประตูเข้าออก มีขนาดประมาณ 2.20
x 3.20 เมตร บรรณาลัย ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีขนาดประมาณ
4x7.50 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภายในกำแพงแก้ว มีกำแพงแก้วและซุ้มประตู
ก่อด้วยศิลาแลง มีสระน้ำ ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของกุฎิฤาษี ห่าง จาก
สระน้ำไปทางทิศตะวันออก มีบารายหรือ สระน้ำขนาดใหญ่ ประมาณ 500 x 800 เมตร เรียกกันว่า ทะเลเมืองต่ำ และห่างจากนี้ไปทางทิศใต้ได้ประมาณ 200
เมตร ก็จะเป็นที่ตั้งจองปราสาทเมืองต่ำ อายุประมาณ พุทธศตวรรษที่ 15
- 16
|
![]() |
ปราสาทไบแบก
ตั้งอยู่ที่บ้านสายโท
5 ตำบลจันทบเพชร
อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์มีลักษณะ เป็นปรางค์ขอมสร้างด้วยอิฐ
แบบไม่สอปูน 3 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงเดียวกัน โดยวางตัวใน
แนวทิศเหนือ - ใต้ ปรางค์ แต่ละองค์มีประตุเข้าประตูเดียวทางด้านทิศตะวันตก
ประตูอีสามด้าน เป็นประตู หลอก เสาประดับกรอบประตูหินทรายเป็นเสาแปดเหลี่ยม ปัจจุบันส่วนยอดของปรางค์องค์ด้านทิศเหนือยังคง
สภาพ ส่วนปรางค์องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ส่วนยอดพังทลาย กำแพงแก้วและซุ้มประตู สร้างอ้วยอิฐแบบ
ไม่สอปูนเช่นเดียวกับปรางค์ กำแพงแก้วมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบปรางค์ทั้ง
3 องค์ ไว้ภายใน โดยมีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันตก
บริเวณปราสาทนี้พบแท่นหินประติมากรรมหินทราย เสาประ ดับกรอบประตูแปดเหลี่ยม ปรางค์องค์จำลอง
และบัวยอด
|
![]() |
ปราสาทบ้านบุ
ตั้งอยู่ที่บ้านบุ
ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
ปราสาทบ้านบุ มีรูปแบบเป็นสิ่งก่อสร้างที่เรียกกันว่า ธรรมศาลา หรือ ที่พักคนเดินทาง ซึ่งจารึกปราสาทพระ ขรรค์ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดฯ ให้สร้างธรรมศาลาขึ้นจำนวน 17 แห่ง ตามระยะ ทางจากเมืองยโสธรปุระ ราชธานีของขอมโบราณไปยังเมืองพิมาย ธรรมศาลาเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้ง หลัง ด้านหน้า หรือ ด้านทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นห้องยาว มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด ประมาณ 5.10 x11.50 เมตร ที่ผนังห้องด้านทิศใต้เจาะเป็นช่องหน้าต่างเปิดเรียงเป็นแถวจำนวน 5 ช่อง จากการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถาน กองโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. 2522 พบก้อนศิลาแลงจำหลักลวดลาย อยู่ทางด้านหน้าของปราสาท |
![]() |
ปราสาทหนองตาสี
ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสมบูรณ์
ตำบลไทยเจริญ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ประธาน
ก่อด้วยศิลาแลงมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ฐานมีขนาดประมาณ 3 x 3 เมตร
มีประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกอีกสามด้านเป็นประตูหลอก กรอบประตูเป็นหินทราย
การเข้ากรอบประตูเลียน แบบเครื่องไม้ กำแพงแก้วและซุ้มประตู ก่อด้วยศิลาแลงแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาด
19 x22 เมตร มี ซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก มีลักษณะดังนี้
คือ มีปีกทั้ง 2 ข้าง เจาะช่องหน้าต่างและที่ตัวกำแพงแก้ว
ด้านทิศใต้ มีห้อง 1 ห้อง ด้านทิศเหนือของห้องมีประตูเข้าไปภายในศาสนสถาน
ผนังด้านอื่นปิดทึบ ลักษณะ คล้ายวิหารคด จากการสำรวจของกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2502
พบชิ้นส่วนทับหลังจำหลักภาพบุคคลยืน
ลักษณะการนุ่งผ้าคล้ายกับปติมากรรมหินทราย อายุประมาณ พุทธศตวรรษที่ 16
|
![]() |
ปราสาทหนองตาเปล่ง
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองตาเปล่ง
ตำบลชำนิ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทหนองตาเปล่ง
ตั้งอยู่ในวัดปราสาทเทพสถิตย์ธรรมาวาส ประกอบด้วย อาคารสร้างด้วยศิลาแลง มีหิน
ทรายสีขาวเป็นช่วง แต่พังลงเหลือเพียงด้านทิศตะวันตกด้านเดียว
มีลวดลายจำหลักภาพพญานาค กำแพงแก้ว และซุ้มประตู สร้างด้วยศิลาแลง
ซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ตัวกำแพงแก้วด้านทิศใต้และตะวันตกพัง ทลายลงหมด
มีสระน้ำ 2 สระ เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตก เฉียงใต้ ภายนอกกำแพงแก้ว
พิจารณาจากร่องรอยที่ปรากฎสันนิษฐานว่า โบราณสถานแห่งนี้ เดิมคงเป็นซุ้ม
ปรางค์ศิลาแลง มีห้องยาวอยู่ทางด้านหน้า ซึ่งเป็นลักษณะของธรรมศาลา ที่สร้างในสมัยพระ
|
![]() |
ปรางค์กู่สวนแตง
ตั้งอยู่ที่บ้านดงยาง
ตำบลกู่สวนแตง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปรางค์อิฐเรียงกันตามแนวเหนือใต้
่จำนวน 3 หลัง
บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีขนาด 31.76 x 25.40 เมตร
หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางเป็นปรางค์ประธาน และเป็นองค์เดียวที่มีมุขยื่นออกมาทางด้าน
หน้า รับเสากรอบประตูซึ่งเป็นหิน ปรางค์ทั้ง 3 องค์
มีประตูเข้า - ออก ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก
ตามบันทึกของนายเอเดียน เอ็ดมองค์ ลูเนต์ เดอ ลาจองกิแยร์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศล
ซึ่งมา ศึกษาศาสนสถานแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2450 มีสระน้ำโบราณ
เป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนาด 42 x32 เมตร ล้อมรอบ ด้วยคันดิน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
จากสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม แสดงให้เห็นว่า ได้รบอิทธิพล ศิลปกรรมจากสมัยนครวัดของกัมพูชา
ซึ่งมีอายุระหว่าง พ.ศ. 1642 -1718 เป็นเทวลาในศาสนาฮินดู
|
![]() |
ปราสาทหนองหงส์
ตั้งอยู่ที่บ้านโนนดินแดง
ตำบลโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อ
ของปราสาทได้มาจากชื่อของสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 100 เมตร ขนาด 6.70 x 18
เมตร เฉพาะปรางค์องค์กลาง มีมุขยื่นออกไป มีชานชาลา กากบาทรับกับซุ้มประตู
(โคปุระ) ทางเข้าด้านตะวันออก ซึ่งต่อเป็นกำแพงศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบปรางค์เว้นแต่ด้านตะวันตกซึ่งมีซุ้มประตู
ก่อด้วยอิฐ แนวเดียวกับซุ้มประตูทางเข้าด้านตะวันตก ส่วนที่เป็นเสาประดับกรอบประตู
ธรณีประตู ทับหลัง หน้าบัน ทำด้วยหินทรายแกะสลักเป็นลวดลายแสดงเรื่องราวตามคัมภีร์ของศาสนาฮินดู
อาคารศิลาแลง ซึ่งมี อิฐก่อบางส่วนจากรูปแบบอาคารเข้าใจว่าอาจมาซ่อมแซมหรือ
ต่อเติมสมัยหลัง เนื่องจากเป็นแบบนิยมในสมัย
การสร้างพุทธสถานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัย
พุทธศตวรรษที่ 15 - 16
|










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น